โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน : เสี้ยวดอกขาว



ชื่อพรรณไม้  :   เสี้ยวดอกขาว , ดอกเสี้ยวขาว               รหัสพรรณไม้ 7-50300-001-001/1

ชื่อพื้นเมือง      : เปียงพะโก โพะเพ่ , ดอกเสี้ยว 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bauhinia variegata L.

ชื่อวงศ์           : CAESALPINIACEAE     

ชื่อสามัญ        : Purple wreath, Sandpaper vine, Queen's wreath

ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้ต้นผลัดใบ สูงถึง 15 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวออกสลับ รูปไข่ กว้างถึงค่อนข้างกลมลักษณะเป็น 2 พู เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-18 ซม. ปลายเว้าลึก โคนเว้ารูปหัวใจ เส้นใบออกจากโคนใบ ดอก สีขาวกลีบตั้งมีเส้นริ้วในสีเหลืองแดงชัดเจน มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อสั้นตามกิ่งจำนวนดอกน้อย กลีบดอก 5 กลีบ เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 7-12 ซม. ยาว 20-30 ซม. ฝัก แก่แตกได้มี 10-25เมตร

ประโยชน์ : เป็นไม้ปลูกประดับสองข้างทางได้ดี เปลือกมีสารฝาด tannin ใช้ย้อมแห อวนให้คงทน ใบอ่อนและฝักอ่อนเป็นอาหารได้

สรรพคุณ : ใบเสี้ยวป่า ใช้ผสมกับลำต้นกำแพงเจ็ดชั้น นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นยาฟอกโลหิต (ใบ)[1]

ประโยชน์ : ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับริมทางทั่วไป ออกดอกดกดีมาก ดอกมีสีขาวและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตัดแต่งหรือให้เลื้อยขึ้นค้างได้ แต่ยังไม่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านมากนัก ลำต้นหรือกิ่งที่มีความตรงอยู่บ้าง สามารถนำมาใช้ทำเป็นเสาค้ำยันให้แก่บางส่วนของบ้านได้ แต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก หรือจะนำมาทำเป็นเสาสำหรับพืชผักที่เป็นไม้รอเลื้อย ใช้ทำเป็นเชื้อเพลิง เผาถ่านก็ได้เช่นกัน


 


จัดทำโดย    นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทั้งสองห้องเรียน